แนวทางการขับเคลื่อนกระบวนการยุติธรรมทางเลือก

  โพสเมื่อ: วันจันทร์ 26 สิงหาคม 2013, หมวดหมู่ ความรู้กระบวนการยุติธรรมทางเลือก, จัดการความรู้ เข้าดู 10,843 ครั้ง
DSC_2361
โดยเน้นการขับเคลื่อนระบบยุติธรรม (Community Justice) เป็นสำคัญ ซึ่งระบบยุติธรรมชุมชน หมายถึง กระบวนการยุติธรรมทางเลือกที่มีลักษณะเป็นยุทธศาสตร์และยุทธวิธีในการส่งเสริม สนับสนุนหรือกระตุ้นให้ประชาชนในชุมชน เข้ามามีส่วนในการป้องกัน ควบคุมอาชญากรรม จัดการความขัดแย้งเชิงสมานฉันท์ ลดเยียวยาความเสียหายหรือความรุนแรงที่เกิดจากอาชญากรรมหรือการกระทำผิด และการคืนคนดีกลับสู่ชุมชนด้วยการฟื้นฟูระบบยุติธรรมเชิงจารีตประเพณี เพื่อให้ประชาชนรู้สึกมั่นคงและเข้าถึงความยุติธรรม ตลอดจนชุมชนมีศักยภาพและความสมานฉันท์ และมีกลไกการทำงานที่เชื่อมโยงกับระบบยุติธรรมหลักผ่านการประสานงานของหน่วยงานยุติธรรมจังหวัดได้อย่างมีประสิทธิภาพ (จุฑารัตน์ เอื้ออำนวย และคณะ,2551)

โดยภารกิจหลักของระบบยุติธรรมชุมชน มีจำนวน 4 ขั้นตอน ตามลำดับ คือ

(1)   การป้องกันและควบคุมอาชญากรรม (Crime control and prevention) หมายถึง การกระทำเชิงรุกใดๆ ที่เป็นการยับยั้งหรือชะลอเวลาสถานการณ์มิให้นำไปสู่การเกิดความขัดแย้งหรือข้อพิพาทหรืออาชญากรรม และการกระทำผิดเกิดขึ้น ด้วยการควบคุม จัดระเบียบชุมชน ให้ความรู้ และการป้องกันก่อนเกิดปัญหาที่อาจจะเกิดขึ้นกับบุคคล เวลา สถานที่ ทั้งที่เป็นกลุ่มเสี่ยงในการกระทำผิด และกลุ่มเสี่ยงในการตกเป็นเหยื่ออาชญากรรมในชุมชน

(2)   การจัดการความขัดแย้งเชิงสมานฉันท์ (Restorative Justice and conflict management) หมายถึง การทำให้ความขัดแย้งหรือข้อพิพาทที่เกิดขึ้นในชุมชนยุติธรรมบรรเทาความรุนแรงลงด้วยการประสานงาน ดำเนินการเอง หรือส่งต่อหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง โดยคนในชุมชนเป็นผู้ดำเนินการตามรูปแบบวิธีการเชิงสมานฉันท์หรือวิธีการที่ไม่ใช้ความรุนแรง

(3)  การเยียวยาและเสริมพลัง (Community and victim empowerment) หมายถึง การลดและเยียวยาความเสียหายหรือความรุนแรงที่เกิดจากความขัดแย้งหรือข้อพิพาทหรืออาชญากรรมหรือการกระทำผิด และเสริมพลังเหยื่ออาชญากรรมด้วยการจัดบริการที่จำเป็น เพื่อสนับสนุนให้กำลังใจ

(4)   การรับรู้ผู้กระทำผิดกลับคืนสู่ชุมชน (Reintegration) หมายถึง การที่ชุมชนเข้ามามีส่วนร่วมปรับปรุงแก้ไขนิสัยความประพฤติและจิตใจของผู้กระทำผิดกลุ่มที่ได้รับโอกาสหันเหออกจากกระบวนการยุติธรรมหลัก มาใช้กระบวนการยุติธรรมทางเลือก เพื่อให้คนเหล่านี้สามารถดำรงชีวิตอยู่ได้ตามความเหมาะสมในชุมชน และไม่หันกลับไปกระทำความผิดอีก (จุฑารัตน์ เอื้ออำนวย,2555)

ดังนั้นเพื่อให้สำนักงานยุติธรรมจังหวัดสามารถขับเคลื่อนกระบวนการยุติธรรมทางเลือกได้อย่างมีประสิทธิภาพและเกิดประสิทธิผลอย่างเป็นรูปธรรม จึงให้เน้นดำเนินการขับเคลื่อนระบบงานยุติธรรมชุมชน ทั้ง 4 ขั้นตอน ดังนี้

1.การป้องกันและควบคุมอาชญากรรม ให้พิจารณาดำเนินการ

1.1 การจัดโครงการหรือกิจกรรมที่มีวัตถุประสงค์ในการยับยั้ง หรือชะลอเวลาหรือสถานการณ์มิให้นำไปสู่การเกิดความขัดแย้งหรือข้อพิพาทหรือการกระทำผิดเกิดขึ้น ร่สมกับหน่วยงานภาครัฐอื่นๆ

รวมทั้งภาคเอกชน ภาคประชาชน และองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่นที่เกี่ยวข้อง ทั้งนี้โดยการประสานความร่วมมือในการวางแผนกำหนดวัตถุประสงค์และรายละเอียดของโครงการหรือกิจกรรม ตลอดจนการบริหารการจัดการโครงการและงบประมาณร่วมกัน

1.2 การจัดโครงการหรือกิจกรรมร่วมกับชุมชนหรือภาคประชาชน เกี่ยวกับการเฝ้าระวังป้องกันภัยในชุมชน ทั้งภัยจากอาชญากรรม และการป้องกันปัญหาข้อพิพาทต่างๆ ที่อาจเกิดหรือคาดว่าจะเกิดขึ้นในอนาคต

1.3 การจัดโครงการหรือกิจกรรมร่วมกับกลุ่มเป้าหมายเฉพาะเจาะจง เพื่อเฝ้าระวังปัญหาอาชญากรรมและการกระทำผิด เช่น กลุ่มเด็กและเยาวชนในโรงเรียนและสถาบันการศึกษา กลุ่มผู้เสี่ยงต่อการเข้าไปยุ่งเกี่ยวกับยาเสพติด กลุ่มผู้พ้นโทษที่มีความเสี่ยงต่อการกลับไปกระทำความผิด และกลุ่มผู้ประกอบการต่างๆเป็นต้น

1.4 การจัดโครงการหรือกิจกรรมร่วมกับกลุ่มเป้าหมายเฉพาะเจาะจง เพื่อให้ความรู้เกี่ยวกับกฎหมายและกระบวนการยุติธรรม เพื่อสร้างภูมิคุ้มกันและป้องกันการกระทำความผิด ตลอดจนเป็นการสร้างระเบียบวินัยและการเคารพกำหมายให้แก่ประชาชน

1.5 อื่นๆ ตามความเหมาะสมของพื้นที่

 

2. การจัดการความขัดแย้งเชิงสมานฉันท์ ให้พิจารณาดำเนินการดังนี้

2.1 การพัฒนาศักยภาพของเครือข่ายยุติธรรมชุมชน อาสาสมัครยุติธรรม ให้มีความสามารถในการจัดการความขัดแย้งหรือการไกล่เกลี่ยประนอมข้อพิพาทมากขึ้น เช่น  การจัดฝึกอบรมการจัดสัมมนาเชิงปฏิบัติการ และจัดทำคู่มือปฏิบัติงาน เป็นต้น

2.2 พัฒนาขีดความสามรถด้านบริหารจัดการของศูนย์ยุติธรรมชุมชน ให้มีระบบบริหารจัดการและการส่งต่อเรื่องมายังสำนักงานยุติธรรมจังหวัดอย่างมีประสิทธิภาพ อย่างน้อยสำนักงานยุติธรรมจังหวัดจะต้องมีผลการปฏิบัติงานด้านการไกล่เกลี่ยประนอมข้อพิพาทจากศูนย์ยุติธรรมชุมชนเพื่อประมวลผลการดำเนินงานในภาพรวมเป็นระยะๆและทำการวิเคราะห์ประโยชน์เชิงปริมาณหรือมูลค่าที่สามารถประหยัดงบประมาณจากการไกล่เกลี่ยประนอมข้อพิพาทได้

2.3 การพัฒนาระบบไกล่เกลี่ยประนอมข้อพิพาทโดยสำนักงานยุติธรรมจังหวัดทั้งนี้นอกจากการส่งเสริมการไกล่เกลี่ยประนอมข้อพิพาทโดยศูนย์ยุติธรรมชุมชนแล้ว สำนักงานยุติธรรมจังหวัดควรจะต้องพัฒนาระบบการบริหารจัดการไกล่เกลี่ยประนอมข้อพิพาทที่ประชาชนเดินทางมาขอให้สำนักงานยุติธรรมจังหวัดช่วยไกล่เกลี่ยประนอมข้อพิพาทให้โดยตรงหรืออาจส่งต่อจากศูนย์ยุติธรรมชุมชน  เช่น การจัดสถานที่ไว้สำหรับ ให้คำปรึกษาหรือดำเนินการไกล่เกลี่ยประนอมข้อพิพาท การจัดเจ้าหน้าที่รับผิดชอบเรื่องโดยตรง การจัดเก็บเอกสารสารบรรณที่เกี่ยวข้องให้เป็นระเบียบและสืบค้นได้ง่าย และการจัดระบบการติดตามผลของการไกล่เกลี่ยประนอมข้อพิพาทว่าคู่กรณีปฏิบัติตามข้อตกลงไว้หรือไม่เพียงใด ทั้งนี้โดยเน้นการเสริมสร้างความสัมพันธ์อันดี ของคู่กรณีภายใต้หลักยุติธรรมเชิงสมานฉันท์เป็นสำคัญ

2.4 การประสานงานกับจังหวัด/อำเภอ ในการส่งเสริมสนับสนุนการปฏิบัติงานไกล่เกลี่ยประนอมข้อพิพาทโดยคณะกรรมการหมู่บ้าน  โดยเฉพาะการส่งเสริมศักยภาพของกำนัน และผู้ใหญ่บ้านในการปฏิบัติหน้าที่ดังกล่าว

2.5 การประสานความร่วมมือกับองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น ในการพัฒนางานไกล่เกลี่ยประนอมข้อพิพาทระดับท้องถิ่น โดยการส่งเสริมองค์ปกครองส่วนท้องถิ่นเข้ามามีส่วนร่วมในการจัดตั้งศูนย์ยุติธรรมชุมชนหรือประสานงานที่เกี่ยวข้อง หรือการเสริมสร้างการเป็นหุ้นส่วนในการพัฒนางานร่วมกับสำนักงานยุติธรรมจังหวัด

2.6 อื่นๆ ตามความเหมาะสมของแต่ละพื้นที่

 

3. การเยียวยาและเสริมพลัง ให้พิจารณาดำเนินการ ดังนี้

3.1 การจัดโครงการหรือกิจกรรมร่วมกับองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น กำนัน ผู้ใหญ่บ้าน และอาสาสมัครยุติธรรม เพื่อเสริมสร้างความเข้าใจในบทบาทภารกิจในงานด้านการเยียวยาเหยื่อเหลือผู้ที่ได้รับความเสียหายอันเกิดจากความขัดแย้ง ข้อพิพาท อาชญากรรม หรือการทำผิดทางอาญา

3.2 การจัดเอกสารข้อมูลและองค์ความรู้ที่เกี่ยวข้องให้กับกลุ่มเป้าหมายตามข้อ ๓.๑รวมถึงการติดตาม เยี่ยมเยียน และให้คำปรึกษาแนะนำอย่างต่อเนื่อง

3.3 การจัดทำฐานข้อมูลเหยื่อและผู้ที่ได้รับความเสียหายอันเกิดจากความขัดแย้ง ข้อพิพาท หรือการทำผิดทางอาญา เป็นรายคดีและรายพื้นที่ เพื่อประโยชน์ในการวางแผนการดำเนินงาน

3.4 การดำเนินการตามภารกิจและอำนาจหน้าที่ของกรมคุ้มครองสิทธิและเสรีภาพที่ได้รับมอบหมายเกี่ยวกับการช่วยเหลือทางการเงินแก่ผู้เสียหายในคดีอาญา และกองทุนยุติธรรม

3.5 อื่นๆ ตามความเหมาะสมของแต่ละพื้นที่

 

4. การรับผู้กระทำผิดกลับคืนสู่ชุมชน ให้สำนักงานยุติธรรมจังหวัดพิจารณาดำเนินการ ดังนี้

4.1 การจัดทำฐานข้อมูลของผู้พ้นโทษทั้งจากเรือนจำ ทัณฑ์สถาน ศูนย์ฝึกอบรมเด็กและเยาวชน และพ้นจากการคุมประพฤติ โดยแยกเป็นรายชุมชน/หมู่บ้าน

4.2การจัดโครงการหรือกิจกรรมติดตาม เยี่ยมเยียน กลุ่มเป้าหมายตามข้อ ๔.๑ร่วมกับองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น กำนัน ผู้ใหญ่บ้าน ศูนย์ยุติธรรมชุมชน และอาสาสมัครยุติธรรม ตลอดจนการสร้างเครือข่ายประสานความร่วมมือกับหน่วยงานที่เกี่ยวข้องในการส่งเสริมอาชีพและทักษะฝีมือแรงงานให้แก่กลุ่มเป้าหมายรวมทั้งการฟื้นฟูและพัฒนาให้กลุ่มเป้าหมายสามารถอยู่ในสังคมได้ปกติสุข ไม่หวนกลับไปกระทำผิดซ้ำอีก

4.3 การจัดประชุม/สัมมนา ร่วมกับหน่วยงานที่เกี่ยวข้องและอาสาสมัครยุติธรรมในการขับเคลื่อนภารกิจร่วมกัน

4.4 การปรับเปลี่ยนหรือพัฒนาค่านิยมของประชาชนที่มีต่อผู้พ้นโทษทางอาญา

4.5 อื่นๆตามความเหมาะสมของแต่ละพื้นที่

สรุป

1. แนวทางการขับเคลื่อนกระบวนการยุติธรรมทางเลือกโดยเน้นระบบยุติธรรมชุมชน เป็นกรอบภารกิจหลักที่กระทรวงยุติธรรม รวมถึงสำนักงานคณะกรรมการการพัฒนาระบบราชการ(สำนักงาน ก.พ.ร.) และสำนักงานงบประมาณ ให้ความสำคัญเป็นอย่างมาก และมอบหมายให้สำนักงานยุติธรรมจังหวัดเป็นกลไกหลักดำเนินการในระดับพื้นที่ ดังนี้ จึงขอให้สำนักงานยุติธรรมจังหวัดได้ดำเนินการอย่างจริงจังให้เกดผลอย่างเป็นรูปธรรม

2. ในการสรุปผลการดำเนินงานยุติธรรมทางเลือก จะต้องให้ความสำคัญกับการรายงานการวิเคราะห์ผลการดำเนินงาน ทั้งในรูปผลผลิตผลลัพธ์ และการวิเคราะห์ความคุ้มค่าเชิงปริมาณ เช่น งบประมาณที่รัฐสามารถลดได้ต่อการไกล่เกลี่ยประนอมข้อพิพาท จำนวน ๑ เรื่องที่สำนักงานยุติธรรมจังหวัดหรือศูนย์ยุติธรรมชุมชนดำเนินการ หรือความคุ้มค่าเชิงคุณภาพที่ประชาชนและสังคมในภาพรวมจะได้รับการดำเนินการตามระบบยุติธรรมชุมชน เป็นต้น

 



Comments are closed.

เรื่องที่น่าสนใจ
บทความล่าสุด