กระทรวงยุติธรรม ลงนามบันทึกข้อตกลงความร่วมมือ บริษัท ปตท.น้ำมันและค้าปลีก จำกัด (มหาชน) หรือ พีทีที โออาร์ เรื่อง การศึกษาความเป็นไปได้เพื่อส่งเสริมการสร้างงานโดยการอุดหนุนผลิตภัณฑ์ และ/หรือบริการจากผู้กระทำผิดที่อยู่ภายใต้การควบคุมดูแลของกระทรวงยุติธรรม

  โพสเมื่อ: วันพฤหัส 21 มีนาคม 2019, หมวดหมู่ แวดวงยุติธรรม เข้าดู 70 ครั้ง

ในวันพฤหัสบดีที่ ๒๑ มีนาคม ๒๕๖๒ เวลา ๐๙.๐๐ น. ณ ห้องพลังไทย ๑ อาคาร ๑ ชั้น ๓ บริษัท ปตท. จำกัด (มหาชน) สำนักงานใหญ่ พลอากาศเอก ประจิน จั่นตอง รองนายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงยุติธรรม เป็นประธานในพิธีลงนามบันทึกข้อตกลงความร่วมมือ เรื่อง การศึกษาความเป็นไปได้เพื่อส่งเสริมการสร้างงาน โดยการอุดหนุนผลิตภัณฑ์ และ/หรือบริการจากผู้กระทำผิดที่อยู่ภายใต้การควบคุมดูแลของกระทรวงยุติธรรม ระหว่างกระทรวงยุติธรรม และบริษัท ปตท.น้ำมันและค้าปลีก จำกัด (มหาชน) หรือ พีทีที โออาร์ โดยมีนายอรรถพล ฤกษ์พิบูลย์ ประธานกรรมการ บริษัท ปตท.น้ำมันและค้าปลีก จำกัด (มหาชน) ให้การต้อนรับ พร้อมด้วย ศาสตราจารย์พิเศษวิศิษฏ์ วิศิษฏ์สรอรรถ ปลัดกระทรวงยุติธรรม และคุณจิราพร ขาวสวัสดิ์ ประธานเจ้าหน้าที่บริหารและกรรมการผู้จัดการใหญ่ บริษัท ปตท.น้ำมันและค้าปลีก จำกัด (มหาชน) เป็นผู้ลงนาม

ในโอกาสนี้ รองนายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงยุติธรรม ได้กล่าวแสดงความยินดีใจความตอนหนึ่งว่า กระทรวงยุติธรรม และ พีทีที โออาร์ ตระหนักถึงความสำคัญในด้านการพัฒนาสังคม และด้านอื่น ๆ โดยมีความห่วงใยซึ่งต้องการให้ตัวเลขของผู้กระทำผิดซ้ำลดลง โดยให้ผู้กระทำผิดสามารถปรับพฤตินิสัย เพื่อให้เกิดเกราะคุ้มครองบุคคล ครอบครัวและสังคม ให้ห่างไกลจากสิ่งเร้าให้กระทำผิด อันจะเป็นการอำนวยความยุติธรรม ลดความเหลื่อมล้ำ ขจัดความทุกข์ยาก สร้างประชาสามัคคี คืนคนดีสู่สังคม

นอกจากนี้ ปลัดกระทรวงยุติธรรม ได้กล่าวเจตนารมณ์ความร่วมมือ ใจความตอนหนึ่งว่า กระทรวงยุติธรรมได้ริเริ่มโครงการส่งเสริมการสร้างงานสร้างอาชีพ ทั้งด้านผลิตภัณฑ์และบริการของผู้กระทำผิด ที่อยู่ภายใต้การควบคุมดูแลของหน่วยงานด้านพัฒนาพฤตินิสัยของหน่วยงานในสังกัดกระทรวงยุติธรรม ประกอบด้วย กรมราชทัณฑ์ กรมคุมประพฤติ และกรมพินิจและคุ้มครองเด็กและเยาวชน ซึ่งภารกิจหลักในการควบคุมแก้ไขฟื้นฟูและสงเคราะห์ผู้กระทำผิดให้กลับตนเป็นพลเมืองดี ไม่หวนกลับมากระทำผิดซ้ำ เป็นการสร้างคนดีกลับคืนสู่สังคมอย่างยั่งยืน โดยความร่วมมือในครั้งนี้มีวัตถุประสงค์เพื่อศึกษาความเป็นไปได้ในการส่งเสริมทักษะอาชีพการสร้างงานโดยการพัฒนาและอุดหนุนผลิตภัณฑ์ และบริการของผู้กระทำผิด เพื่อส่งเสริมให้ผู้กระทำผิดมีงานทำภายหลังพ้นโทษ เกิดการยอมรับจากสังคม รวมถึงเพื่อลดอัตราการกระทำผิดซ้ำของผู้กระทำผิด และสามารถคืนคนดีสู่สังคมได้อย่างมีประสิทธิภาพ ทั้งนี้ การดำเนินการแก้ไขปัญหาดังกล่าวหน่วยงานราชการไม่สามารถทำได้ด้วยตนเองทุกอย่าง ต้องอาศัยความร่วมมือจากหน่วยงานเอกชน ภาคการตลาด เพื่อให้มีประสิทธิภาพมากขึ้น และหวังว่าความร่วมมือครั้งนี้จะเป็นแบบอย่างความร่วมมือในการพัฒนาทักษะอาชีพผู้กระทำผิด ให้สามารถกลับตนเป็นคนดี ไม่หวนมากระทำผิดซ้ำ อันจะส่งผลให้สังคมสงบสุขต่อไป

 

ที่มา   :   https://www.moj.go.th/ministertalk/articles/638



Comments are closed.

เรื่องที่น่าสนใจ
บทความล่าสุด